Fancy color diamond เพชรสีแฟนซีกับเรื่องราวดี ๆ ที่ชวนให้คุณรู้

เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงทราบกันแล้วว่า อัญมณีอันล้ำค่าอย่าง “เพชร” นั้น ยิ่งมีความขาวสะอาดปราศจากตำหนิมากเท่าไหร่ มูลค่าก็จะสูงตามไปด้วยเท่านั้น สีของเพชรจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญในการบ่งบอกมูลค่าของเพชร เมื่อคุณจะเลือกซื้อเพชรแต่ละเม็ด สีของเพชรจะช่วยคุณอย่างมากในการตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านที่ยังเป็นมือใหม่ในเรื่องเพชรอาจจะเกิดความสงสัยกันว่า สีแต่ละสีที่ปรากฏอยู่ในเพชรนั้นมาจากไหน วันนี้เราจะมาเฉลยให้ท่านได้ทราบเอง
.
เพชรนั้นมีองค์ประกอบเป็นธาตุคาร์บอนที่ซ่อนอยู่ในผลึกในบางครั้งอาจมีธาตุไนโตรเจนหรือธาตุอื่นๆอยู่ในส่วนโครงสร้างของผลึก ก็จะทำให้เพชรนั้นมีสีต่าง ๆ เช่นธาตุไนโตรเจนจะสีเหลืองหรือน้ำตาล แต่ถ้ามีโบรอน(Boron)เข้าไปผสม เพชรก็จะออกสีน้ำเงิน กล่าวเช่นนี้อาจจะดูวิชาการไปสักหน่อย เอาเป็นว่าเราอธิบายกันให้ง่าย ๆ ก็คือ ที่เพชรมีสีต่าง ๆ ที่เราได้เห็นกันได้นั้น เกิดจากเพชรมีธาตุต่างๆเข้าไปผสม หรืออาจเกิดจากความพิเศษของโครงสร้างองค์ประกอบของผลึกเพชร ทำให้มีผลต่อการดูดซึมแสงของเพชร ทำให้เพชรมีสีนั่นเอง
.
อย่างที่ทราบไปแล้ว สีของเพชรนั้นมีผลต่อมูลค่าและราคาของเพชร เพชรที่มีสีสันสวยงามแปลกตาอย่าง สีแดง สีฟ้า สีเขียว สีส้ม ส่วนเพชรสีเหลือง ต้องเป็นสีเหลืองเข้มที่เกิน Z color ขึ้นไป เราจึงจะจัดว่าเป็น “เพชร Fancy color” ซึ่งเป็นเพชรที่หายาก จึงทำให้ “เพชร Fancy color” มีมูลค่าสูงทีเดียว การแบ่งเกรดเพชรสี จะไม่ใช้หลัก 4C อย่างที่ใช้กับเพชรสีขาว แต่จะใช้หลักสีของเพชรและต้นกำเนิดของสีเป็นเกณฑ์ ซึ่งจะแบ่งตามหลักการมาตรฐานออกเป็น 4 เกรดด้วยกัน คือ

1. Fancy Light จะเป็นเพชรที่มีสีระดับถัดจาก Z color โดยเป็นกลุ่มสีที่มีสีอ่อนที่สุดในบรรดา “เพชร Fancy color”

2. Fancy Color กลุ่มเพชรระดับนี้ จะมีความเข้มของสีกว่ากลุ่ม Fancy Light เพียงเล็กน้อย แต่ด้วยความเข้มของสีที่มากขึ้นทำให้ เพชรกลุ่มนี้เริ่มมีมูลค่ามากขึ้นตาม

3. Fancy Intense เพชรกลุ่มนี้หายากมาก มูลค่าจึงสูงกว่ากลุ่ม Fancy Color อย่างเห็นได้ชัด เพราะสีที่เข้มจัดและความหายากของมัน

4. Fancy Vivid เป็นที่สุดของเพชรสี และยังเป็นที่สุดของเพชรทั้งหมดด้วย เป็นเพชรที่หายากมากที่สุด มูลค่าสูงกว่าเพชรปกติ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะมีมูลค่ามากว่าเป็นสิบ สิบ เท่า บางเม็ดมีมูลค่าหลักพันๆล้านกันเลยทีเดียว

สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อเพชรก็พิจารณาแบบไม่ต้องวิชาการมาก คือ ใช้หลักการกว้างๆในพิจารณาจากสีที่ปรากฏ (Hue) เป็นหลัก เช่น เพชรเม็ดนั้นปรากฎเป็น สีชมพู สีน้ำเงิน หรือสีน้ำตาล นอกจากนี้ก็จะพิจารณาที่โทน(Tone) ของสีว่าเข้มหรืออ่อน และดูที่ความอิ่มตัวของสีด้วยว่ามากหรือน้อย เพชรสีแฟนซีธรรมชาติ ที่ปรากฏเป็นสีฟ้าล้วน ๆ หรือสีชมพูทั้งเม็ดนั้นหายากมาก ส่วนใหญ่จะเป็นเพชรสีที่มีอีกสีหนึ่งเจืออยู่ด้วย ในทางเทคนิคจะเรียกสีที่เจือนี้ว่า Modifier ซึ่งชื่อที่จะเรียกเพชรสีแฟนซีเม็ดนั้น ๆ ก็จะมีชื่อสี 2 สี ต่อพ่วงกันไป แต่ก็ต้องเข้าใจวิธีการเรียกชื่อเพชรสีแฟนซีเอาไว้ด้วย เพราะถ้าเรียกผิดมูลค่าและราคาก็จะผิดไปด้วย สมมุติว่าคุณดูเพชรเม็ดหนึ่งซึ่งเห็นชัดเจนว่าเป็นสีชมพู แต่เมื่อดูอย่างละเอียดก็จะพบว่ามีสีน้ำตาลแซมอยู่ ดังนั้น สีหลักคือสีชมพู สีรองคือสีน้ำตาล จึงต้องเรียกว่า Brownish Pink Diamond สีหลักจะอยู่ด้านหลังสีรอง แต่ถ้าคุณเรียกกลับกันคือ Pinkish Brown Diamond เพชรจะเป็นคนละเม็ดคนละราคากันทันที ฉะนั้น จะต้องรู้ข้อมูลตรงนี้ไว้สักหน่อยจะได้ไม่พลาด
.
การจะเลือกเพชรสีไหนให้เหมาะกับเรานั้น เป็นเรื่องปัจเจกบุคคล เพราะมาตรฐานของแต่ละคนย่อมไม่เท่ากัน อีกทั้งปัจจัยแวดล้อมในแต่ละคนก็ต่างกันไป ดังนั้น เพชรสีไหน ความเข้มระดับไหน ที่จะเหมาะกับคุณที่สุด คุณเท่านั้นจะเป็นผู้ตอบได้
.
ใครชอบแนวนี้ เพื่อไม่ให้พลาดกดไลค์เพจรอไว้เลย ทาง Nine Gems Jewelry เพชร GIA 3EX จะนำเสนอข้อมูลดีๆ ให้ตลอดค่ะ หรืออยากจะปรึกษาก็ยินดีนะคะ ได้ทั้ง
.
-ทางโทรศัทพ์ : 026561089
-ข้อความทาง Facebook กด=> http://m.me/ninegemsjewelry
-line @ninegemsjewelry หรือ กด=>http://goo.gl/BNiu8j

By | 2016-06-20T08:33:13+00:00 June 20th, 2016|Tips|0 Comments